ศึกษาธรรมชาติที่สวนผีเสื้อและโลกแมลง ภูเก็ต

ศึกษาธรรมชาติที่สวนผีเสื้อและโลกแมลง ภูเก็ต สวนผีเสื้อและโลกแมลงตั้งอยู่ที่ 71/6 หมู่ 5 ซอยพะเนียง ถนนเยาวราช ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมผีเสื้อและแมลงหลากหลายสายพันธุ์ รับรองได้เลยว่าถ้าเข้าไปชมคุณจะรู้สึกทึ่งในความงดงามของผีเสื้อรวมไปถึงอาจจะรู้สึกหลงรักเจ้าแมลงตัวน้อยที่มีให้ชมกันอีกด้วย ภายสวนจะถูกบ่งออกเป็นโซนๆ โดยในโซนแรกจะเป็นแมลงต่างๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับแมลงแต่ละชนิดตั้งแต่เริ่มกำเนิดและวิวัฒนาการจนเป็นแมลงที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ส่วนในโซนของผีเสื้อคุณจะได้พบวิวัฒนาการของผีเสื้อแต่ละสายพันธุ์ รวมไปถึงชนิดของผีเสื้อ การแบ่งวงศ์และถิ่นที่อยู่อาศัย ไม่ใช่เพียงเท่านั้นนะคะที่นี่คุณจะได้พบผีเสื้อนับร้อยบินวนเวียนอยู่รอบตัวแบบใกล้ชิดกันเลยทีเดียว แต่ระวังกันนิดหนึ่งเพราะผีเสื้อเหล่านี้จะค่อนข้างปลอบบางถ้าถูกสัมผัสแรงๆ อาจจะทำให้ปลีกหลุดหรือผีเสื้อเกิดบาดเจ็บได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโซนที่มีแมลงน่าสนใจอยู่หลายชนิด เช่น แมลงสาบยักษ์มาดากัสการ์ ตั๊กแตนกิ่งไม้ จิ้งหรีด แมงป่อง ตะขาบ และกิ้งกือยักษ์ เป็นต้น บนพื้นที่กว่า 1,350 ตารางเมตรกันเลยทีเดียว อีกโซนที่หน้าสนใจไม่แพ้กันนั่นก็คือโซนผึ้ง และพิพิธภัณฑ์หม่อนไหม และปิดท้ายด้วยการแวะช้อปปิ้งที่โซนร้านค้าและร้านอาหาร ที่นี่จะมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมไปถึงของที่ระลึกเกี่ยวกับแมลงให้เราสามารถเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากของขวัญกันได้ มาที่นี่รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับเหล่าแมลงนานาชนิดและได้ความรู้เกี่ยวกับแมลงไปอีกเยอะกันเลยค่ะ

สัมผัสวิถีชีวิตชาวแพแบบดั้งเดิม ที่แม่น้ำสะแกกรัง

สัมผัสวิถีชีวิตชาวแพแบบดั้งเดิม ที่แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำสะแกกรังเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านจังหวัดอุทัยธานี บริเวณริมแม่น้ำเป็นที่อาศัยของชาวแพ โดยการสร้างบ้านค่อมบนแพลูกบวบ และปลูกผักลอยน้ำไว้เพื่อการดำรงชีพ เป็นวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งในปัจจุบันค่อนข้างหาชมได้ยาก และหลายคนอาจรู้สึกอิจฉาเพราะได้อยู่แบบแนบชิดกับธรรมชาติสัมผัสอาการบริสุทธิ์ ที่สำคัญวิถีชีวิตของชาวแพยังเป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่เร่งรีบหรือต้องแข่งขันกับเวลาเหมือนในเมืองหลวง สำหรับบ้านเรือนแพของที่นี่จะมีทะเบียนบ้านรับรองและมีสิทธิ์พักอาศัยถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งแต่ก่อนจะมีบ้านเรือนแพอยู่ประมาณ 300 หลัง แต่ในปัจจุบันลดจำนวนลงเหลือประมาณ 200 หลัง นอกจากนี้ปัจจุบันก็ไม่อนุญาตให้ปลูกแพเพิ่มขึ้นใหม่ เพื่อคงความเป็นธรรมชาติของสายน้ำเอาไว้ สำหรับอาชีพของชาวแพส่วนใหญ่จะเป็นการประมงน้ำจืด เลี้ยงปลาในกระชัง และปลูกผักที่สามารถปลูกในน้ำได้ ถ้าคุณได้เดินทางมาที่นี่แนะนำให้ล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวแพในช่วงเช้าอากาศจะดีมาก และยังได้ชมธรรมชาติของเรือกสวนไร่นาที่มีอยู่ตลอดแนวสองฝั่งคลอง สำหรับสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจอีกอย่างริมแม่น้ำสะแกกรังก็คือวัดโบสถ์ ที่มีอายุกว่า 100 ปี จัดเป็นสถานที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง ใครมีโปรแกรมเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี ก็อย่าลืมนึกถึงบริเวณลุ่มแม่น้ำสะแกกรังกันด้วยนะคะ นอกจากได้ชมธรรมชาติของสายน้ำแล้ว ยังได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวไทยในชนบทและชาวแพที่นับวันจะหาชมได้ยากกันอีกด้วยค่ะ

เที่ยวภูเก็ต ทริกอาย มิวเซียม พิพิธภัณฑ์ 3 มิติ

เที่ยวภูเก็ต ทริกอาย มิวเซียม พิพิธภัณฑ์ 3 มิติ ทริกอาย มิวเซียม เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงศิลปะจิตกรรมแบบ 3 มิติ แห่งแรกของจังหวัดภูเก็ตที่มีภาพสวยๆ สุดอลังการไว้ให้เราสามารถเข้าไปชมและถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันได้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 130/1 ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ภายในมีการจัดแสดงจิตกรรมภาพ 3 มิติ ที่เป็นผลงานของศิลปินจากประเทศเกาหลีกว่า 20 คน ที่บินลัดฟ้ามาเพื่อสร้างผลงานภาพศิลปะแบบ 3 มิติ กันโดยเฉพาะที่สำคัญยังมีภาพมากกว่า 100 ภาพ ที่บรรจงวาดลงในผนังตึก ที่ใช้เวลากว่า 2 เดือน เราจึงได้เห็นภาพสวยๆ กันค่ะ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีการแสดงภาพไว้ด้วยกัน 2 ชั้น แต่ละภาพจะเป็นรูปแบบการผจญภัยในสถานที่ต่างๆ เช่น สะพานข้ามลำธารน้ำตกที่มีน้ำไหลอย่างเชี่ยวกราด, ไต่หน้าผาสูง, กระโดดร่ม และเล่นเลื่อนหิมะสุดหวาดเสี้ยว เป็นต้น แต่นอกจากภาพแนวผจญภัยก็ยังมีภาพมุมสวยๆ กันด้วยนะคะ อย่างเช่น ภาพเก้าอี้นั่งจิบกาแฟ หรือภาพนกแก้วบินรอบตัว มางานนี้รับรองได้ว่าคุณจะได้ภาพสวยๆ หลากหลายมุมแบบจุใจกันไปเลย ถ้าได้เดินทางมาท่องเที่ยวภูเก็ตและมีเวลาหลายวันลองแวะมาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ […]

แหลมพรหมเทพ สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของภูเก็ต

แหลมพรหมเทพ สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของภูเก็ต ถ้ามาเที่ยวภูเก็ตแล้วไม่ได้แวะชมธรรมชาติสวยๆ ที่แหลมพรหมเทพกันแล้วล่ะก็จะเหมือนคุณยังมาไม่ถึงภูเก็ตกันเลยค่ะ ที่สำคัญแหลมพรหมเทพยังเป็นสถานที่ดูพระอาทิตย์ตกดินที่สวยและโรแมนติกเป็นอย่างมากกันอีกด้วย แหลมพรหมเทพจะอยู่ทางใต้ของเกาะภูเก็ตและอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 19 กิโลเมตร ลักษณะของแหลมจะทอดตัวเป็นแนวโค้งลงสู่ท้องทะเลบริเวณโดยรอบจะมีต้นตาลขึ้นอยู่เรียงราย ถ้าเราเคยเห็นภาพถ่ายก่อนจะเจอสถานที่จริงก็จะเห็นต้นตาลภายในภาพเหมือนเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของแหลมแห่งนี้กันไปเลย แหลมพรหมเทพในแต่ละช่วงฤดูจะมีความสวยงามแตกต่างกันอย่างเช่นในช่วงฤดูร้อนทุ่งหญ้าโดยรอบจะเป็นสีทองดูสวยงามตระกาลตากันไปได้เลย ส่วนในช่วงฤดูฝนต้นหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวขจีมองดูสบายตา ไม่ใช่เพียงเท่านั้นบริเวณนี้ยังมีหินน้อยใหญ่วางตัวกันเรียงรายในท้องทะเลเวลาที่คลื่นซัดมากระทบฝั่งจะเกิดเป็นฟองสีขาว เป็นความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ให้เราได้ชม ใครเหนื่อยๆ หรือเครียดมาจากการทำงานถ้ามาท่องเที่ยวที่นี่และได้ชมธรรมชาติสวยๆ รับรองได้เลยว่าคุณจะรู้สึกผ่อนคลายในทันทีลืมความเหนื่อยล้าเหมือนมาทิ้งหลงทะเลกันเลยค่ะ นอกจากนี้บริเวณแหลมพรหมเทพยังเป็นที่ตั้งของประภาคารกาญจนาภิเษก ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติทรงครองราชย์ 50 ปี ประภาคารแห่งนี้ยังใช้เป็นเครื่องหมายในการเดินเรือ เพราะภูเก็ตจัดเป็นศูนย์กลางของเส้นทางในการคมนาคมทางทะเลที่สำคัญของอันดามันกันอีกด้วย

ชมหาดทรายสีขาวละเอียดที่หาดป่าตอง

ชมหาดทรายสีขาวละเอียดที่หาดป่าตอง หาดป่าตองเป็นหาดที่อยู่บริเวณริมถนนทวีวงศ์ หรือทางหลวงหมายเลข 4233 อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเกาะภูเก็ตใครมาเที่ยวที่นี่ห้ามพลาดแวะที่หาดป่าตองกันนะคะ เพราะนอกจากความสวยงามตามธรรมชาติแล้วหาดป่าตองยังมีทรายสีขาวละเอียดเหมาะสำหรับลงเล่นน้ำและทำกิจกรรมริมหาด ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนมากันตลอด รอบบริเวณหาดยังมีที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร เปิดให้บริการการกันอย่างคับคั่ง พูดได้ว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่อย่างครบครัน หาดป่าตองจะมีลักษณะชายฝั่งเว้าลึกโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร มีทัศนียภาพโดยรอบสวยงาม ไฮไลท์สำคัญก็คือน้ำทะเลที่นี่จะเปลี่ยนสีต่างกันตามฤดูกาลอีกด้วยค่ะ เพราะบางครั้งน้ำทะเลจะเป็นสีเขียวมรกต บางครั้งก็เป็นสีฟ้าสดใส รวมไปถึงเป็นสีฟ้าเข้ม สีสันตัดกับชายหาดที่มีสีขาวนวล ถ้าใครชอบถ่ายภาพรับรองได้เลยว่ามาแต่ละฤดูกาลคุณจะได้ภาพที่สวยงามแปลกตาแตกต่างกัน มารอบไหนก็สวยไม่รู้เบื่อ สำหรับการเดินทางมาหาดป่าตองถ้าคุณมาถึงจังหวัดภูเก็ตสามารถมาได้สามทางหลัก ทางแรกมาจากตัวเมืองสนามกีฬาสุระกุลภูเก็ตจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ทางที่สองจากหาดกะรนใช้เวลาประมาณ 20 นาที และทางที่สามมาจากหาดกมลาจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที ใครกำลังวางแพลนเดินทางมาเที่ยวภูเก็ตก็อย่าลืมนึกถึงหาดป่าตองกันด้วยนะคะ รับรองได้ว่าความสวยงามของธรรมชาติจะประทับใจคุณไปอีกนาน

เที่ยวหาดแหลมสิงห์ชมท้องฟ้าสีคราม สัมผัสหาดทรายขาวละเอียด

เที่ยวหาดแหลมสิงห์ชมท้องฟ้าสีคราม สัมผัสหาดทรายขาวละเอียด หาดแหลมสิงห์ตั้งอยู่ระหว่างหาดสุรินทร์และหาดกมลา เป็นชายหาดที่ไม่กว้างนัก การเดินทางมายังหาดนักท่องเที่ยวต้องเดินทางเท้าลงบันไดและเดินลัดเลาะป่าเข้าไป หาดแห่งนี้จัดเป็นอีกหนึ่งหาดที่มีความสวยงามและยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก มีหาดทรายสีขาวละเอียด น้ำทะเลเป็นสีฟ้าคราม บริเวณชายหาดส่วนมากเราจะเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมาเล่นน้ำและนอนอาบแดดกันเป็นส่วนใหญ่ มาที่นี่คุณจะรู้สึกผ่อนคลายและได้อารมณ์ของการพักผ่อนกันจริงๆ เพราะด้านหน้าเป็นท้องทะเลกว้างและด้านหลังถูกโอบล้อมด้วยป่าไม้ นอกจากความสวยงามทางธรรมชาติที่กล่าวมาแล้ว หน้าหาดแหลมสิงห์ยังเป็นที่ตั้งของเกาะแวว ซึ่งที่นี่ยังมีแนวปะการังที่สมบูรณ์และสวยงามอยู่มาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงนิยมเดินทางเพื่อไปชมปะการังกันอีกด้วย สิ่งที่คุณควรทราบก่อนมาที่นี่ก็คือการเดินทางมายังหาดอาจจะต้องใช้เวลาในการเดินเท้าจากปากทางกว่าจะถึงตัวหาดเป็นระยะทางประมาณ 50 เมตร ริมหาดจะมีเพียงร้านอาหารไม่กี่ร้านและไม่มีร้านจำหน่ายสินค้า แต่ถ้าพูดถึงความงามของธรรมชาติแล้วรับรองได้เลยว่าที่นี่สวยไม่แพ้หาดแห่งอื่นกันเลย สำหรับการเดินทางมายังหาดคุณสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ จากหาดป่าตองผ่านหาดกะหลิมใช้เวลาประมาณ 20 นาที จะถึงก่อนหาดสุรินทร์เล็กน้อย หาดจะตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ อีกเส้นทางหนึ่งก็คือจากอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร ผ่านมาทางหาดสุรินทร์ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ทางลงหาดจะอยู่ทางด้านขวามือ

เที่ยวชมป่าไม้นานาพรรณในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

เที่ยวชมป่าไม้นานาพรรณในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งหรือ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง” มีพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด 6 อำเภอ ได้แก่ – อำเภอสังขละบุรี, อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี – อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก และ – อำเภอลานสัก, อำเภอห้วยคน, อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 3,609,375 ไร่ จัดเป็นพื้นป่าอนุรักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในบ้านเรา และยังใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กันอีกด้วย ปัจจุบันได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) สภาพป่าโดยทั่วไปมีความหลากหลาย เพราะมีพื้นที่กว้างใหญ่จึงมีพื้นป่าหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ป่าดงดิบ, ป่าไม้เต็งรัง, ป่าดิบเขา, ป่าไม้ผลัดใบ, ป่าไม้เบญจพรรณ รวมไปถึงทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ และยังมีสัตว์ป่าอยู่นานาชนิด สำหรับสัตว์ป่าหายากที่ใกล้จะสูญพันธ์เราก็สามารถพบได้ที่นี่ เช่น เลียงผา, เสือดาว, ควายป่า, หมาใน, นกยูง และไก่ป่า เป็นต้น นอกจากนี้ที่นี่ยังเต็มไปด้วยนก ผีเสื้อ และแมลงป่าหลายสายพันธุ์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื้นชอบส่องสัตว์ รักการพจญภัยหรือเที่ยวแบบลุยๆ แต่ก่อนจะเดินทางมาเที่ยวที่นี่คุณต้องทำการติดต่อกลับเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานกันเสียก่อน เพราะจะอนุญาตให้เข้าพักหรือกางเต็นท์ได้เพียงบางจุดเท่านั้น และที่นี่แต่ละฤดูกาลก็มีความงดงามของธรรมชาติที่แตกต่างกัน […]

ชมธรรมชาติสวยๆ ที่เกาะไม้ท่อน มัลดีฟเมืองไทย

ชมธรรมชาติสวยๆ ที่เกาะไม้ท่อน มัลดีฟเมืองไทย เกาะไม้ท่อน หรือ Honeymoon island เป็นเกาะส่วนตัวที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภูเก็ต อยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตประมาณ 9 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่นาที โดยสามารถเดินทางได้จากท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตหรือท่าเรือน้ำลึกพันวา ซึ่งเป็นท่าเรือที่มีเรือสำราญหรูๆ มักแวะผ่านมาจอดกันที่ภูเก็ต เกาะไม้ท่อนจะมีรูปร่างลักษณะยาวเหมือนท่อนไม้เมื่อมองจากมุมสูง และนี่เองที่เป็นที่มาของชื่อเกาะ ด้วยความที่เป็นเกาะส่วนตัวนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจึงมีจำนวนไม่มากทำให้ที่นี่ยังคงความเป็นธรรมชาติที่สวยงามเอาไว้อยู่มากจนได้รับสัญญานามว่าเป็นมัลดีฟเมืองไทยอีกแห่งหนึ่ง น้ำทะเลรอบเกาะไม้ท่อนยังใสแจ่วราวกระจกและมีแนวปากะรังที่สมบูรณ์ทอดยาวตลอดแนว จึงทำให้มีฝูงปลาทะเลแหวกว่ายกันอยู่มากมาย ที่นี่จึงเป็นเหมือนสวรรค์ของนักดำน้ำและผู้ชื่นชอบการดำน้ำชมปะการัง ที่สำคัญยังเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำและยังได้มีการนำหอยมือเสือมาเพาะพันธุ์กันอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นมีโครงการอนุรักษ์ปะการังมานานหลายปีกันอีกด้วย สำหรับใครที่สนใจเดินทางไปท่องเที่ยวเกาะไม้ท่อน ปัจจุบันก็เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถข้ามไปดำน้ำชมปะการังและเก็บภาพสวยๆ ริมหาดกันได้ แต่ไม่มีที่พักให้นะคะต้องไปแบเช้าไปเย็นกลับ ซึ่งในปัจจุบันก็มีการจัดกรุ๊ปทัวร์หลากหลายรูปแบบให้เราสามารถข้ามไปท่องเที่ยวกันได้ โดยเฉพาะการไปเที่ยวชมด้วยเรือยอร์ชกาตามารันที่ดูหรูหราไฮโซเป็นอย่างมาก ใครที่ชอบชมปะการังต้องห้ามพลาดกันนะคะ

กราบขอพรองค์พระปฐมชมความงามวิหารแก้วที่วัดท่าซุง

กราบขอพรองค์พระปฐมชมความงามวิหารแก้วที่วัดท่าซุง วัดท่าซุงหรือ “วัดจันทราราม” เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี สำหรับชื่อวัดท่าซุงมาจากในอดีตมีการล่องซุงไปตามลำน้ำ และที่นี่ก็เป็นจุดพักของแพซุงส่วนใหญ่ ชาวบ้านจึงเรียกติดปากกันว่า “วัดท่าซุง” ภายในวัดมีสิ่งปลูกสร้างที่สวยวิจิตรงดงามอยู่หลายแห่ง และด้วยแรงศรัทธาของชาวพุทธที่ต่อหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ทำให้หลายคนเดินทางมาเพื่อนกราบนมัสการและขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พร้อมทั้งยังได้ชมความงามของสิ่งปลูกสร้างภายในวัดไปพร้อมๆ กัน อย่างเช่น – มหาวิหารแก้ว 100 เมตร ใครได้มาที่นี่จะรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของความฝันกันเลยเดียว ภายในวิหารถูกประดับประดาไปด้วยโมเสดสีขาวและกระจกแวววับ เพดานด้านบนประดับด้วยช่อไฟระย้าสวยงามตระการตากว่า 119 ช่อ เมื่อมองเข้ามาด้านในเราจะรู้สึกเหมือนว่าวิหารแห่งนี้มีความกว้างไกลไม่มีจุดสิ้นสุด และที่สำคัญยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง พระอรหันต์ 7 องค์ และอีกด้านหนึ่งของวิหารยังเป็นที่ตั้งสังขารของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อยกันอีกด้วย – ปราสาททองคำ เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยทองคำเปลว ปราสาทแห่งนี้ยังสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวาระที่ทรงเสวยราชย์ปีที่ 50 นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น พระศรีอริยเมตตรัย วิหารสมเด็จองค์พระปฐม วิหารพระวิสุทธิกษัตริย์เทพ มณฑปพระปัจเจกพระพุทธเจ้า และหอไตร เป็นต้น ถ้ามีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี อย่าลืมแวะมาชมความงดงามของวันและกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลกันนะคะ แล้วคุณจะรู้สึกประทับใจไปอีกนาน

แวะกราบพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี (พระใหญ่) ภูเก็ต

แวะกราบพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี (พระใหญ่) ภูเก็ต พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี หรือพระใหญ่ ที่ชาวต่างชาติรู้จักกันในนาม “Big Buddha” เป็นพระพุทธรูปองค์สีขาวปางมารวิชัยแบบร่วมสมัย องค์ขนาดใหญ่สามารถมองเห็นได้โดยรอบเกาะภูเก็ต องค์พระมีขนาดหน้าตักกว้างถึง 25.45 เมตร และมีความสูง 45 เมตร โครงสร้างภายในเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ด้านนอกประดับด้วยหินอ่อนหยกขาวที่เรียกว่า สุรยะกันตะ ส่งมาจากประเทศพม่า มีน้ำหนักเฉพาะหินอ่อนหยกขาวประมาณ 135 ตัน เป็นพระพุทธรูปที่สร้างจากแรงศรัทธาของชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยร่วมกันบริจาค พระใหญ่ ประดิษฐานอยู่ ณ ยอดเขานาคเกิด เขตป่าสงวนแห่งชาติประเภทป่าบก ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต การเดินทางมาไม่ยากถ้าคุณขับรถจากตัวเมืองให้มาตามถนนเจ้าฟ้าตะวันตก แล้วแยกขวามือมุ่งหน้าไปตามถนนยอดเสน่ห์ซึ่งเป็นทางขึ้นเขาและจะมีป้ายบอกขนาดใหญ่ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มครึ้ม แต่ทางบางช่วงค่อนข้างชันควรขับรถด้วยความระมัดระวัง ลานจอดรถจะอยู่บริเวณด้านหลังองค์พระ จอดรถแล้วต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก 78 ขั้น ทางขึ้นไม่ชันมากเดินได้อย่างสบาย พอถึงด้านบนกราบนมัสการพระใหญ่แล้ว คุณยังสามารถเดินชมวิวทิวทัศน์โดยรอบเมืองภูเก็ตกันได้อีกด้วย ก่อนถึงจุดชมวิวจะพบรอยพระพุทธบาท มีตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาเยือนภูเก็ต ชาวบ้านเกาะแก้วได้ขอให้ประทับรอยพระบาทไว้ และที่บนฝั่งริมหาดพระองค์ได้ประทับรอยพระหัตถ์ไว้อีก 1 รอย ชาวบ้านเรียกกันว่า “เราไหว้” แต่ในปัจจุบันเพี้ยนมาเป็น “ราไวย์” ส่วนรอยที่อยู่บนเขาเป็นรอยครั้งที่พระองค์ทรงมาโปรดเทวดาและนาคทำให้ได้ไปจุติบนสรวงสวรรค์ จึงเป็นที่มาของชื่อเขานาคเกิด นั่นเอง

เที่ยวภูเก็ตแวะวัดฉลองกราบนมัสการหลวงพ่อแช่ม

เที่ยวภูเก็ตแวะวัดฉลองกราบนมัสการหลวงพ่อแช่ม วัดฉลองหรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “วัดไชยธาราราม” เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ บ้านฉลอง ถนนเจ้าฟ้า ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต และที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อของหลวงพ่อแช่ม หรือ พระครูวิสุทธิองศาจารย์ญาณมุนี ที่ชาวเมืองภูเก็ตเลื่อมใสและศรัทธาเป็นอย่างมาก ดังนั้นสำหรับใครที่เดินทางมาภูเก็ตก็อย่าลืมแวะมากราบนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลกันด้วยนะคะ สำหรับเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์และคุณความดีของหลวงพ่อแช่มนั้น เริ่มจากท่านได้เป็นที่พึ่งของชาวบ้านในสมัยต่อสู้กับพวกอั้งยี่ หรือพวกชาวจีนที่ก่อการกบฏนั่นเองค่ะ โดยหลวงพ่อได้มอบผ้าประเจียดสีขาวให้ชาวบ้านทุกคนโพกศีรษะเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการต่อสู้จนในที่สุดสามารถเอาชนะพวกอั้งยี่ได้สำเร็จ ซึ่งในตอนนั้นพวกอั้งยี่เรียกชาวบ้านว่าพวกหัวขาว หลังจากนั้นรัชกาลที่ 5 จึงทรงโปรดเกล้าพระราชทานสมณะศักดิ์ให้แก่หลวงพ่อแช่มเป็นพระครูวิสุทธิ วงศาจารย์ญาณมุนี ในเวลาต่อมา และพระครูก็เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของชาวเมืองภูเก็ตมาโดยตลอด การเดินทางมาวัดฉลองสามารถมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารประจำทาง สำหรับรถยนต์ส่วนตัวออกจากตัวเมืองให้ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 4021 ผ่านสามแยกสนามกีฬาสุรกุลให้เลี้ยวซ้ายไปทางห้าแยกฉลอง ก็จะพบวัดฉลองที่อยู่ก่อนถึงห้าแยกประมาณ 4 กิโลเมตร สำหรับรถโดยสารประจำทางสามารถขึ้นได้จากตัวเมืองภูเก็ตเป็นรถสองแถวสาย ภูเก็ต – อ่าวฉลอง รถก็จะวิ่งผ่านหน้าวัดฉลองเช่นกัน แต่ถ้ากลัวลงไม่ถูกอย่าลืมบอกกระเป๋าหรือคนขับไว้ด้วยนะคะ