กราบขอพรองค์พระปฐมชมความงามวิหารแก้วที่วัดท่าซุง

กราบขอพรองค์พระปฐมชมความงามวิหารแก้วที่วัดท่าซุง วัดท่าซุงหรือ “วัดจันทราราม” เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี สำหรับชื่อวัดท่าซุงมาจากในอดีตมีการล่องซุงไปตามลำน้ำ และที่นี่ก็เป็นจุดพักของแพซุงส่วนใหญ่ ชาวบ้านจึงเรียกติดปากกันว่า “วัดท่าซุง” ภายในวัดมีสิ่งปลูกสร้างที่สวยวิจิตรงดงามอยู่หลายแห่ง และด้วยแรงศรัทธาของชาวพุทธที่ต่อหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ทำให้หลายคนเดินทางมาเพื่อนกราบนมัสการและขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พร้อมทั้งยังได้ชมความงามของสิ่งปลูกสร้างภายในวัดไปพร้อมๆ กัน อย่างเช่น – มหาวิหารแก้ว 100 เมตร ใครได้มาที่นี่จะรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของความฝันกันเลยเดียว ภายในวิหารถูกประดับประดาไปด้วยโมเสดสีขาวและกระจกแวววับ เพดานด้านบนประดับด้วยช่อไฟระย้าสวยงามตระการตากว่า 119 ช่อ เมื่อมองเข้ามาด้านในเราจะรู้สึกเหมือนว่าวิหารแห่งนี้มีความกว้างไกลไม่มีจุดสิ้นสุด และที่สำคัญยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง พระอรหันต์ 7 องค์ และอีกด้านหนึ่งของวิหารยังเป็นที่ตั้งสังขารของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อยกันอีกด้วย – ปราสาททองคำ เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยทองคำเปลว ปราสาทแห่งนี้ยังสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวาระที่ทรงเสวยราชย์ปีที่ 50 นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น พระศรีอริยเมตตรัย วิหารสมเด็จองค์พระปฐม วิหารพระวิสุทธิกษัตริย์เทพ มณฑปพระปัจเจกพระพุทธเจ้า และหอไตร เป็นต้น ถ้ามีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี อย่าลืมแวะมาชมความงดงามของวันและกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลกันนะคะ แล้วคุณจะรู้สึกประทับใจไปอีกนาน

แวะทำบุญไหว้พระที่วัดถ้ำเขาวงจังหวัดอุทัยธานี

แวะทำบุญไหว้พระที่วัดถ้ำเขาวงจังหวัดอุทัยธานี วัดถ้ำเขาวงตั้งอยู่ใน ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เป็นวัดสาขาที่ 13 ของวัดสังฆทาน จังหวัดนนทบุรี ที่มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 19 วัด บริเวณรอบวัดเป็นหุบเขา พระอุโบสถเป็นเรือนไทย 2 ชั้น และอาคารอเนกประสงค์เป็นเรือนไทย 4 ชั้น มีความงดงามตามแบบฉบับเรือนไทยที่สวยงามเหมาะกับบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติเงียบสงบ เหมาะสำหรับใครที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายคุณจะชื่นชอบที่นี่อย่างแน่นอน บริเวณด้านหน้าวัดเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ที่มีสะพานไม้ทอดยาวสวยงามแปลกตาไปยังอาคารทรงไทย และด้านหลังเป็นภูเขาหินปูนสูงตระหง่าน จากลานจอดรถเราต้องเดินต่อไปยังวัด โดยสามารถเลือกเดินข้ามสะพานหรือใครจะเดินผ่านอุโมงค์มายังสะพานก็ได้เช่นกัน ภายในอุโมงค์ก่อนถึงทางออกจะมีศาลาเจ้าแม่กวนอิมพันกรไว้ให้เราได้กราบสังการะเพื่อเป็นสิริมงคล และยังมีการจัดชุดสัฆทานเตรียมไว้ให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการถวายกันอีกด้วย เมื่อมาถึงตัวอาคารกันแล้ว เราต้องเดินขึ้นบันไดทางด้านข้าง ซึ่งบนอาคารจะประกอบไปด้วย ศาลา วิหาร กุฏิ และโบสถ์ในอาคารเดียวกัน จุดเด่นของอาคารเรือนไทยจะอยู่ตรงที่มีรูปแบบสวยแปลกตา การปลูกสร้างยังเป็นวิธีคงรูปแบบของไม้ไว้ตามธรรมชาติ หรือดัดแปลงให้น้อยที่สุด สำหรับไม้ที่ใช้จะมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด เช่น ไม้สัก ไม้มะค่า และไม้เก่าจากบ้านเรือนไทยในจังหวัดอยุธยา, จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดลำพูน บริเวณด้านข้างของตัวอาคารเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่จะได้ยินเสียงสายน้ำกันตลอดเมื่อยู่ในอาคาร เสียงของน้ำตกยังมีส่วนในการช่วยให้จิตใจสงบและมีสมาธิ ที่นี่ยังเปิดให้ผู้สนใจสามารถมาพักปฏิบัติธรรมกันได้อีกด้วย ใครสนใจลองแวะมากันนะคะ

ชมวิวสวยๆ ที่เขื่อนทับเสลา จังหวัดอุทัยธานี

ชมวิวสวยๆ ที่เขื่อนทับเสลา จังหวัดอุทัยธานี เขื่อนทับเสลาหรือเขื่อนระบำ ตั้งอยู่ในตำบลระบำ จากอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เขื่อนแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อการชลประทานในการช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและการเกษตรในช่วงหน้าแล้ง และยังสามารถช่วยบรรเทาการเกิดอุทกภัยในช่วงฤดูฝนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นอกจากนี้เขื่อนทับเสลายังจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่นี่ประกอบไปด้วยแอ่งน้ำขนาดใหญ่ มีบรรยากาศโดยรอบร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่และยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม ด้านหลังของเขื่อนเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนที่ดูสวยงามกลมกลืน เขื่อนทับเสลายังเป็นแหล่งปลาน้ำจืดที่มีอยู่อย่างชุกชม ปลาที่มีมากเป็นพิเศษจะได้แก่ ปลานิล ทางด้านตอนใต้ของเขื่อนยังเป็นป่าไม้เต็งรังและป่าไม้ปลูกขึ้นใหม่ที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่ค่อนข้างหนาแน่น สถานที่แห่งนี้จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวอุทัยธานี ที่มักจะแวะเวียนกันมาในช่วงวันหยุด บริเวณเขื่อนยังมีร้านค้าสวัสดิการ และร้านอาหารที่มีรสชาติอร่อยเปิดไว้คอยบริการกันอยู่หลายร้าน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากที่อื่นก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ เพราะใกล้ๆ เขื่อน มีรีสอร์ทสวยๆ เปิดให้บริการอยู่หลายแห่งเช่นกัน การเดินทางมาที่เขื่อนทับเสลาก็ไม่ยาก พอมาถึงตัวเมืองอุทัยธานี ให้เดินทางมาที่ตำบลระบำ จากนั้นขับรถมุ่งหน้ามาตามถนนทางหลวงหมายเลข 3438 ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ก็จะถึงหลักกิโลเมตรที่ 47 เป็นทางแยกเข้าเขื่อนทับเสลา ขับรถต่อไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร คุณก็จะมาถึงจุดชมวิวบริเวณสันเขื่อนกันแล้ว ถ้ามาครั้งแรกก็อย่าลืมศึกษาเส้นทางกันให้ดีด้วยนะคะ คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง