ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ที่วัดโบสถ์

ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ที่วัดโบสถ์ วัดโบสถ์หรือ “วัดอุโบสถาราม” มีชื่อเดิมว่า “วัดมโนรมย์” เป็นวัดเก่าแก่มีอายุเกือบร้อยปี ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดอุทัยธานี ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสะแกกรัง บนเกาะเทโพ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่อยู่หน้าโบสถ์และในวิหาร เป็นภาพเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยบริเวณด้านหน้าจะเป็นภาพเรื่องราวพุทธประวัติ ตั้งแต่ทรงประสูติจนถึงปรินิพาน แต่ละภาพมีความงดงามและฝีมือในการวาดประณีต สำหรับภาพในวิหารจะเป็นภาพพระพุทธเจ้าทรงเสด็จโปรดเหล่าเทวดานางฟ้าบนสวรรค์ และภาพทรงปลงสังขาร สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือมณฑปแปดเหลี่ยม ที่เป็นอาคารสองชั้นมีบันไดวนด้านนอก รูปทรงตามแบบตะวันตกบวกรัตนโกสินทร์ตอนต้น จัดเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ยังสวยงามและน่าสนใจเป็นอย่างมาก การเดินทางมายังวัดโบสถ์คุณอาจจะเลือกเดินมาจากตลาดสดเทศบาลที่มีของให้เลือกซื้อหลากหลายทั้งของกินของใช้และของที่ระลึก โดยเฉพาะสินค้าพื้นเมืองที่น่าสนใจหลายอย่าง จากตลาดเราสามารถเดินขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำสะแกกรังมายังวัดกันได้เลย หรือใครอยากล่องเรือชมธรรมชาติของแม่น้ำสะแกกรังและวัดโบสถ์ไปพร้อมๆ กัน ก็จะได้อีกบรรยากาศ ที่สำคัญแม่น้ำสายนี้ยังเป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวอุทัยธานีมาตั้งแต่โบราณ วิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ยังคงเป็นแบบดั้งเดิม เรียบง่าย สงบ และไม่ต้องเร่งรีบเหมือนอย่างในเมืองหลวง ใครอยากสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติ ลองมาเที่ยวอุทัยธานีกันดูนะคะ แล้วคุณจะติดใจต้องหาเวลาพักผ่อนยาวๆ แวะมากันอีกอย่างแน่นอน

ชมความงามของหินงอกหินย้อยที่ถ้ำพุหวาย

ชมความงามของหินงอกหินย้อยที่ถ้ำพุหวาย ถ้ำพุหวายตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ลักษณะทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน เป็นถ้ำขนาดใหญ่กว้างขวาง มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามตามธรรมชาติ เมื่อต้องกับแสงไฟจะส่องเป็นประกายแวววับ มองในความมืดเหมือนดั่งอัญมณีกันเลยทีเดียวค่ะ ที่สำคัญหินงอกหินย้อยภายในถ้ำยังมีรูปทรงต่างๆ เช่น รูปเจดีย์ อ่างน้ำ หินปะการัง หินรูปม่าน เป็นต้น ภายในถ้ำยังเป็นที่อาศัยของค้างคาวถึง 9 ชนิด สำหรับการเดินทางมายังถ้ำพุหวายนั้น ถ้าคุณเดินทางมาถึงตัวเมืองจังหวัดอุทัยธานีให้มุ่งหน้ามาทางอำเภอบ้านไร่ จนถึงเทศบาลตำบลบ้านไร่จะมีสี่แยก มีปั้ม ปตท.อยู่ทางขวามือให้เลี้ยวซ้าย ขับตรงไปอีกสักพักจะพบแยกให้เลี้ยวขวาแล้วขับตรงไปจะพบวัดถ้ำเขาวง ไหนก็ผ่านแล้วอย่าลืมแวะเข้าไปเที่ยวชมและกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดกันก่อนนะคะ ต่อจากวัดถ้ำเขาวงให้ขับไปเรื่อยๆ จนสุดถนนคุณก็จะมาถึงถ้ำพุหวาย ก่อนขึ้นไปเข้าชมเราต้องไปแวะที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกันเสียก่อน เพื่อเช่าไฟฉายนั่นเองค่ะ จากนั้นก็ถึงเวลาเดินเท้าไปยังปากถ้ำกันแล้ว อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือ ภายในถ้ำจะไม่มีการใช้ไฟฟ้าเพื่อให้ความสว่างและแสงจากดวงอาทิตย์ก็ไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปได้ เพราะแสงต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลทำให้ภายในถ้ำไม่เกิดหินงอกหินย้อยขึ้นอีก ดังนั้นจึงมีเพียงแสงจากไฟฉายเท่านั้นที่ช่วยให้เราได้ชมความงดงามของถ้ำพุหวาย

สัมผัสวิถีชีวิตชาวแพแบบดั้งเดิม ที่แม่น้ำสะแกกรัง

สัมผัสวิถีชีวิตชาวแพแบบดั้งเดิม ที่แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำสะแกกรังเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านจังหวัดอุทัยธานี บริเวณริมแม่น้ำเป็นที่อาศัยของชาวแพ โดยการสร้างบ้านค่อมบนแพลูกบวบ และปลูกผักลอยน้ำไว้เพื่อการดำรงชีพ เป็นวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งในปัจจุบันค่อนข้างหาชมได้ยาก และหลายคนอาจรู้สึกอิจฉาเพราะได้อยู่แบบแนบชิดกับธรรมชาติสัมผัสอาการบริสุทธิ์ ที่สำคัญวิถีชีวิตของชาวแพยังเป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่เร่งรีบหรือต้องแข่งขันกับเวลาเหมือนในเมืองหลวง สำหรับบ้านเรือนแพของที่นี่จะมีทะเบียนบ้านรับรองและมีสิทธิ์พักอาศัยถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งแต่ก่อนจะมีบ้านเรือนแพอยู่ประมาณ 300 หลัง แต่ในปัจจุบันลดจำนวนลงเหลือประมาณ 200 หลัง นอกจากนี้ปัจจุบันก็ไม่อนุญาตให้ปลูกแพเพิ่มขึ้นใหม่ เพื่อคงความเป็นธรรมชาติของสายน้ำเอาไว้ สำหรับอาชีพของชาวแพส่วนใหญ่จะเป็นการประมงน้ำจืด เลี้ยงปลาในกระชัง และปลูกผักที่สามารถปลูกในน้ำได้ ถ้าคุณได้เดินทางมาที่นี่แนะนำให้ล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวแพในช่วงเช้าอากาศจะดีมาก และยังได้ชมธรรมชาติของเรือกสวนไร่นาที่มีอยู่ตลอดแนวสองฝั่งคลอง สำหรับสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจอีกอย่างริมแม่น้ำสะแกกรังก็คือวัดโบสถ์ ที่มีอายุกว่า 100 ปี จัดเป็นสถานที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง ใครมีโปรแกรมเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี ก็อย่าลืมนึกถึงบริเวณลุ่มแม่น้ำสะแกกรังกันด้วยนะคะ นอกจากได้ชมธรรมชาติของสายน้ำแล้ว ยังได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวไทยในชนบทและชาวแพที่นับวันจะหาชมได้ยากกันอีกด้วยค่ะ

เที่ยวชมป่าไม้นานาพรรณในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

เที่ยวชมป่าไม้นานาพรรณในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งหรือ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง” มีพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด 6 อำเภอ ได้แก่ – อำเภอสังขละบุรี, อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี – อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก และ – อำเภอลานสัก, อำเภอห้วยคน, อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 3,609,375 ไร่ จัดเป็นพื้นป่าอนุรักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในบ้านเรา และยังใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กันอีกด้วย ปัจจุบันได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) สภาพป่าโดยทั่วไปมีความหลากหลาย เพราะมีพื้นที่กว้างใหญ่จึงมีพื้นป่าหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ป่าดงดิบ, ป่าไม้เต็งรัง, ป่าดิบเขา, ป่าไม้ผลัดใบ, ป่าไม้เบญจพรรณ รวมไปถึงทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ และยังมีสัตว์ป่าอยู่นานาชนิด สำหรับสัตว์ป่าหายากที่ใกล้จะสูญพันธ์เราก็สามารถพบได้ที่นี่ เช่น เลียงผา, เสือดาว, ควายป่า, หมาใน, นกยูง และไก่ป่า เป็นต้น นอกจากนี้ที่นี่ยังเต็มไปด้วยนก ผีเสื้อ และแมลงป่าหลายสายพันธุ์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื้นชอบส่องสัตว์ รักการพจญภัยหรือเที่ยวแบบลุยๆ แต่ก่อนจะเดินทางมาเที่ยวที่นี่คุณต้องทำการติดต่อกลับเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานกันเสียก่อน เพราะจะอนุญาตให้เข้าพักหรือกางเต็นท์ได้เพียงบางจุดเท่านั้น และที่นี่แต่ละฤดูกาลก็มีความงดงามของธรรมชาติที่แตกต่างกัน […]

กราบขอพรองค์พระปฐมชมความงามวิหารแก้วที่วัดท่าซุง

กราบขอพรองค์พระปฐมชมความงามวิหารแก้วที่วัดท่าซุง วัดท่าซุงหรือ “วัดจันทราราม” เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี สำหรับชื่อวัดท่าซุงมาจากในอดีตมีการล่องซุงไปตามลำน้ำ และที่นี่ก็เป็นจุดพักของแพซุงส่วนใหญ่ ชาวบ้านจึงเรียกติดปากกันว่า “วัดท่าซุง” ภายในวัดมีสิ่งปลูกสร้างที่สวยวิจิตรงดงามอยู่หลายแห่ง และด้วยแรงศรัทธาของชาวพุทธที่ต่อหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ทำให้หลายคนเดินทางมาเพื่อนกราบนมัสการและขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พร้อมทั้งยังได้ชมความงามของสิ่งปลูกสร้างภายในวัดไปพร้อมๆ กัน อย่างเช่น – มหาวิหารแก้ว 100 เมตร ใครได้มาที่นี่จะรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของความฝันกันเลยเดียว ภายในวิหารถูกประดับประดาไปด้วยโมเสดสีขาวและกระจกแวววับ เพดานด้านบนประดับด้วยช่อไฟระย้าสวยงามตระการตากว่า 119 ช่อ เมื่อมองเข้ามาด้านในเราจะรู้สึกเหมือนว่าวิหารแห่งนี้มีความกว้างไกลไม่มีจุดสิ้นสุด และที่สำคัญยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง พระอรหันต์ 7 องค์ และอีกด้านหนึ่งของวิหารยังเป็นที่ตั้งสังขารของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อยกันอีกด้วย – ปราสาททองคำ เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยทองคำเปลว ปราสาทแห่งนี้ยังสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวาระที่ทรงเสวยราชย์ปีที่ 50 นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น พระศรีอริยเมตตรัย วิหารสมเด็จองค์พระปฐม วิหารพระวิสุทธิกษัตริย์เทพ มณฑปพระปัจเจกพระพุทธเจ้า และหอไตร เป็นต้น ถ้ามีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี อย่าลืมแวะมาชมความงดงามของวันและกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลกันนะคะ แล้วคุณจะรู้สึกประทับใจไปอีกนาน

แวะทำบุญไหว้พระที่วัดถ้ำเขาวงจังหวัดอุทัยธานี

แวะทำบุญไหว้พระที่วัดถ้ำเขาวงจังหวัดอุทัยธานี วัดถ้ำเขาวงตั้งอยู่ใน ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เป็นวัดสาขาที่ 13 ของวัดสังฆทาน จังหวัดนนทบุรี ที่มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 19 วัด บริเวณรอบวัดเป็นหุบเขา พระอุโบสถเป็นเรือนไทย 2 ชั้น และอาคารอเนกประสงค์เป็นเรือนไทย 4 ชั้น มีความงดงามตามแบบฉบับเรือนไทยที่สวยงามเหมาะกับบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติเงียบสงบ เหมาะสำหรับใครที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายคุณจะชื่นชอบที่นี่อย่างแน่นอน บริเวณด้านหน้าวัดเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ที่มีสะพานไม้ทอดยาวสวยงามแปลกตาไปยังอาคารทรงไทย และด้านหลังเป็นภูเขาหินปูนสูงตระหง่าน จากลานจอดรถเราต้องเดินต่อไปยังวัด โดยสามารถเลือกเดินข้ามสะพานหรือใครจะเดินผ่านอุโมงค์มายังสะพานก็ได้เช่นกัน ภายในอุโมงค์ก่อนถึงทางออกจะมีศาลาเจ้าแม่กวนอิมพันกรไว้ให้เราได้กราบสังการะเพื่อเป็นสิริมงคล และยังมีการจัดชุดสัฆทานเตรียมไว้ให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการถวายกันอีกด้วย เมื่อมาถึงตัวอาคารกันแล้ว เราต้องเดินขึ้นบันไดทางด้านข้าง ซึ่งบนอาคารจะประกอบไปด้วย ศาลา วิหาร กุฏิ และโบสถ์ในอาคารเดียวกัน จุดเด่นของอาคารเรือนไทยจะอยู่ตรงที่มีรูปแบบสวยแปลกตา การปลูกสร้างยังเป็นวิธีคงรูปแบบของไม้ไว้ตามธรรมชาติ หรือดัดแปลงให้น้อยที่สุด สำหรับไม้ที่ใช้จะมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด เช่น ไม้สัก ไม้มะค่า และไม้เก่าจากบ้านเรือนไทยในจังหวัดอยุธยา, จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดลำพูน บริเวณด้านข้างของตัวอาคารเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่จะได้ยินเสียงสายน้ำกันตลอดเมื่อยู่ในอาคาร เสียงของน้ำตกยังมีส่วนในการช่วยให้จิตใจสงบและมีสมาธิ ที่นี่ยังเปิดให้ผู้สนใจสามารถมาพักปฏิบัติธรรมกันได้อีกด้วย ใครสนใจลองแวะมากันนะคะ

ชมวิวสวยๆ ที่เขื่อนทับเสลา จังหวัดอุทัยธานี

ชมวิวสวยๆ ที่เขื่อนทับเสลา จังหวัดอุทัยธานี เขื่อนทับเสลาหรือเขื่อนระบำ ตั้งอยู่ในตำบลระบำ จากอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เขื่อนแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อการชลประทานในการช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและการเกษตรในช่วงหน้าแล้ง และยังสามารถช่วยบรรเทาการเกิดอุทกภัยในช่วงฤดูฝนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นอกจากนี้เขื่อนทับเสลายังจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่นี่ประกอบไปด้วยแอ่งน้ำขนาดใหญ่ มีบรรยากาศโดยรอบร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่และยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม ด้านหลังของเขื่อนเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนที่ดูสวยงามกลมกลืน เขื่อนทับเสลายังเป็นแหล่งปลาน้ำจืดที่มีอยู่อย่างชุกชม ปลาที่มีมากเป็นพิเศษจะได้แก่ ปลานิล ทางด้านตอนใต้ของเขื่อนยังเป็นป่าไม้เต็งรังและป่าไม้ปลูกขึ้นใหม่ที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่ค่อนข้างหนาแน่น สถานที่แห่งนี้จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวอุทัยธานี ที่มักจะแวะเวียนกันมาในช่วงวันหยุด บริเวณเขื่อนยังมีร้านค้าสวัสดิการ และร้านอาหารที่มีรสชาติอร่อยเปิดไว้คอยบริการกันอยู่หลายร้าน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากที่อื่นก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ เพราะใกล้ๆ เขื่อน มีรีสอร์ทสวยๆ เปิดให้บริการอยู่หลายแห่งเช่นกัน การเดินทางมาที่เขื่อนทับเสลาก็ไม่ยาก พอมาถึงตัวเมืองอุทัยธานี ให้เดินทางมาที่ตำบลระบำ จากนั้นขับรถมุ่งหน้ามาตามถนนทางหลวงหมายเลข 3438 ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ก็จะถึงหลักกิโลเมตรที่ 47 เป็นทางแยกเข้าเขื่อนทับเสลา ขับรถต่อไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร คุณก็จะมาถึงจุดชมวิวบริเวณสันเขื่อนกันแล้ว ถ้ามาครั้งแรกก็อย่าลืมศึกษาเส้นทางกันให้ดีด้วยนะคะ คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง