เที่ยวป่าดึกดำบรรพ์เหมือนได้ย้อนอดีตที่หุบป่าตาด

เที่ยวป่าดึกดำบรรพ์เหมือนได้ย้อนอดีตที่หุบป่าตาด หุบป่าตาดตั้งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี พอได้ยินชื่อหลายคนอาจนึกถึงภาพยนตร์แนวผจญภัยในป่า ที่มีสิงสาราสัตว์หรือคนป่าเผ่าต่างๆ แต่ก็ไม่ผิดนักนะคะ เพราะหุบป่าตาดในจังหวัดอุทัยธานีก็มีลักษณะทั่วไปเป็นป่าดงดิบที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาทึบ และมีต้นตาดที่เป็นต้นไม้ดึกดำบรรพ์ที่ไม่ค่อยได้เจอในป่าแทบอื่นขึ้นอยู่ด้วย และนี่เองที่ทำให้ที่นี่มีชื่อเรียกว่า “หุบป่าตาด” การเข้าชมจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและมีมัคคุเทศก์คอยนำทางพาชมป่าพร้อมทั้งอธิบายสิ่งต่างๆ ภายในป่าตลอดทาง สำหรับการเดินจะต้องเข้าไปในถ้ำจนมาโผล่ปากถ้ำอีกฝาก ที่เมื่อได้เห็นคุณจะรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งกันเลย อีกด้านของถ้ำถูกโอบล้อมด้วยภูเขาหินปูน และจะมีต้นตาลขึ้นกันอยู่เป็นจำนวนมาก ต้นตาดจัดเป็นต้นไม้ตระกูลปาล์ม เป็นพืชที่ชอบขึ้นในป่าดงดิบที่มีอากาศชื้นและค่อนข้างเย็น บริเวณโดยรอบหุบป่าตาดแสงอาทิตย์จะส่องเข้ามาได้เฉพาะในช่วงเวลาเที่ยงวันเท่านั้น นอกจากที่นี่จะมีต้นไม้ขึ้นอย่างหนาแน่นแล้ว ยังมีสัตว์ป่าและนกนานาชนิดอาศัยอยู่ การเดินทางมายังหุบป่าตาดถ้าคุณมาถึงตัวเมืองจังหวัดอุทัยธานีให้ขับรถมุ่งหน้าไปทางอำเภอลานสัก โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 333 (อุทัยธานี-หนองฉาง) และต่อเข้าทางหลวงหมายเลข 3438 (หนองฉาง-ลานสัก) ไปอีกประมาณ 90 กิโลเมตร ก็จะมาถึงเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน

พักผ่อนวันหยุดแนบชิดธรรมชาติที่ไร่เขาโอบเรา

พักผ่อนวันหยุดแนบชิดธรรมชาติที่ไร่เขาโอบเรา ไร่เขาโอบตั้งอยู่ที่ บ้านน้ำซับ ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี มีเนื้อที่ประมาณ 37 ไร่ มีที่พักไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการพักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ โดยภายในไร่จะมีที่พักเป็นบ้านอยู่ 7 หลัง แต่ละหลังตกแต่งให้ออกแนวย้อนยุคหรือไสตล์วินเทจที่มีสีสันสดใสดูกลมกลืนไปกับธรรมชาติ และด้วยที่โดยรอบของไร่ถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขาจึงเป็นที่มาของชื่อ “ไร่เขาโอบเรา” ที่ฟังแล้วดูอบอุ่นเป็นกันเองน่ามาพักผ่อนเป็นอย่างมาก แต่ถ้าใครรู้สึกว่าการพักในบ้านยังไม่ใกล้ชิดธรรมชาติเท่าที่ควร คุณก็สามารถเลือกกางเต็นท์นอนนับดาวในวันฟ้าใสได้อย่างสบาย หรือถ้ามากันเป็นหมู่คณะก็ยังมีบริเวณให้จัดแคมป์ไฟกันได้อีกด้วยค่ะ สำหรับที่นี่ต้องบอกกันไว้ก่อนเลยว่าถ้าอยากมาเก็บภาพธรรมชาติสวยๆ ให้มาในช่วงฤดูหนาวจะสวยที่สุด แต่อากาศค่อนข้างหนาวเย็น สำหรับการเดินทางมายังไร่เขาโอบเรา เมื่อถึงตัวเมืองอุทัยธานีแล้วให้คุณขับรถมาทางตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านไร่ แล้วมุ่งหน้ามาที่แยกบ้านไร่ จากนั้นเลี้ยวซ้ายขับตรงไปประมาณ 18 กิโลเมตร คุณจะเจอทางเข้าไร่เขาโอบเราที่เป็นทางเดียวกับทางไปน้ำตกและวัดปางสวรรค์ จากปากทางขับรถอีกประมาณ 7 กิโลเมตร สองข้างทางจะเป็นไร่สับปะรดและไร่อ้อย จากนั้นคุณก็จะพบทางเข้าไร่เขาโอบเรา ที่ติดป้ายชื่อไร่ไว้ที่บริเวณด้านหน้าเห็นได้อย่างชัดเจน

เที่ยวชมความงามของน้ำตกไซเบอร์

เที่ยวชมความงามของน้ำตกไซเบอร์ น้ำตกไซเบอร์หรือน้ำตกหินลาด ตั้งอยู่หมู่บ้านไซเบอร์ (บ้านซับแม่บือ) ตำบลคอกควาย อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี เป็นน้ำตกที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยพิทักษ์ป่าไซเบอร์ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปประมาณ 86 กิโลเมตร น้ำตกแห่งนี้เกิดจากน้ำที่ไหลมาจากลำห้วยล่อยจ้อย ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง บริเวณน้ำตกเป็นหน้าผาสูงมีน้ำตกหลายชั้น โดยชั้นบนสุดมีเชื่อรียกว่าน้ำตกล่อยจ้อย และในส่วนที่ตกกระทบก้อนหินขนาดใหญ่ถูกเรียกว่าน้ำตกหินลาด บางแห่งไหลซอกซอนไปตามแก่งหินมีหลายชั้น ในช่วงหน้าน้ำจึงเกิดเป็นภาพธรรมชาติที่สวยงดงามเป็นอย่างมาก เบื้องล่างมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่รองรับน้ำที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย น้ำตกแห่งนี้จะมีน้ำเกือบตลอดทั้งปีแต่จะมีมากเป็นพิเศษในช่วงระหว่างเดือนกันยายนจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้บริเวณโดยรอบของน้ำตกยังเป็นป่าหวายมีต้นไม้ขึ้นอย่างหนาแน่น จึงดูร่มครึ้มและอากาศเย็นสบาย ในช่วงเดือนพฤศจิกายนยังเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีรับรองได้เลยว่าสวยไม่แพ้ที่อื่นเช่นกันค่ะ สำหรับใครที่อยากพักค้างคืนบริเวณน้ำตกจะมีบ้านพักรับรอง 1 หลัง ที่สามารถพักได้ถึง 20-30 คน แต่ไม่มีบริการเกี่ยวกับอาหาร เราต้องจัดเตรียมไปกันเอง และต้องได้รับอนุญาตเสียก่อนจึงจะสามารถเข้าพักได้ การเดินทางมายังน้ำตกให้คุณใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3282 หลักกิโลเมตรที่ 30 โดยเลี้ยวเข้าทางลำลองประมาณ 7 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 900 เมตร ถนนทางเข้ายังเป็นทางลูกรังและมีหินคมตลอดเส้นทาง เส้นทางยังต้องผ่านลำธารน้ำหลายแห่ง ในช่วงฤดูฝนประมาณเดือนสิงหาคม-เดือนตุลาคม รถไม่สามารถวิ่งเข้าไปได้ นอกจากรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อเพียงเท่านั้น

ชมน้ำตกผาร่มเย็นน้ำตกสวยที่สุดในอุทัยธานี

ชมน้ำตกผาร่มเย็นน้ำตกสวยที่สุดในอุทัยธานี น้ำตกผาร่มเย็นตั้งอยู่ในตำบลเจ้าวัด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี น้ำตกแห่งนี้ถูกจัดให้เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในจังหวัดอุทัยธานีกันเลยทีเดียว ทราบกันแบบนี้แล้วใครที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานีคุณต้องห้ามพลาดเข้ามาชมความงามกันนะคะ โดยตัวน้ำตกเราสามารถมองเห็นได้จากริมถนนก่อนถึงทางเข้าตัวน้ำตกกันได้เลย ลักษณะเป็นสายน้ำสีขาวสะอาดตาทิ้งตัวลงในป่าทึบ น้ำตกแห่งนี้มีความสูงถึง 100 เมตร คงไม่ต้องแปลกใจกันเลยว่าทำไมเราจึงสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล ตัวน้ำตกมีอยู่ทั้งหมด 4 ชั้น จากปากทางเข้าหลังจากจอดรถแล้วเราต้องเดินเท้าเข้าไปยังตัวน้ำตกอีกประมาณ 200 เมตร ทางเดินจะเป็นลักษณะเดินขึ้นเขา แต่ปัจจุบันได้มีการทำบันไดเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปยังตัวน้ำตกได้ง่ายขึ้น และเมื่อได้เข้าไปชมใกล้ๆ คุณจะสัมผัสได้ถึงละอองฟุ้งของไอน้ำคล้ายสายฝนเย็นฉ่ำชื่นใจ นอกจากนี้รอบบริเวณยังอุดมไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย บริเวณที่น้ำตกไหลผ่านยังเขียวชอุ่มไปด้วยต้นมอสและเฟิร์น ตัวน้ำตกจะอยู่ห่างจากอำเภอบ้านไร่ไปประมาณ 14 กิโลเมตร การเดินทางจากแยกอำเภอบ้านไร่ให้คุณขับรถเลี้ยวไปตามทางหลวงหมายเลข 3282 ขับมาประมาณ 500 เมตร ให้เลี้ยวซ้ายข้างปั๊มน้ำมัน ปตท.ไปตามทางลาดยาง ขับไปเรื่อยอีกประมาณ 14 กิโลเมตรก็จะถึงตัวน้ำตก น้ำตกแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ในเวลา 8.30 น. – 17.30 น. ทุกวัน ถ้ามาเที่ยวอุทัยธานีแล้วอยากเข้าชมน้ำตกก็อย่าลืมมาให้ตรงเวลากันด้วยนะคะ

เที่ยววัดธรรมโฆษกวัดเก่าแก่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

เที่ยววัดธรรมโฆษกวัดเก่าแก่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น วัดธรรมโฆษกหรือวัดโรงโค ตั้งอยู่บนถนนศรีอุทัย ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่นี่เคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒสัตยาของข้าราชการเมืองอุทัยธานีในอดีต และยังเคยใช้เป็นลานประหารนักโทษ จัดได้ว่าเป็นวัดที่เก่าแก่และมีประวัติอันยาวนาน ซึ่งในปัจจุบันพิธีกรรมต่างๆ เหล่านี้ได้ถูกยกเลิกไปหมดแล้ว ภายในโบสถ์ของวัดมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังที่มีความงดงามเป็นอย่างมาก โดยสันนิษฐานกันว่าผู้วาดเป็นช่างฝีมือในสมัยอยุธยาตอนปลายที่มีชีวิตมาจนเกิดการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ในช่วงนั้นช่างเก่งๆ ค่อนข้างหายาก สำหรับภาพจิตรกรรมฝาพนังในโบสถ์ของวัดเป็นภาพที่แสดงเกี่ยวกับพุทธประวัติของพระพุทธองค์ ตอนเสด็จลงจากดาวดึงส์และผจญหมู่มาร ส่วนบริเวณด้านบนเพดานเป็นภาพของเหล่าเทพเทวดาเทพาอารักษ์ทั้งหลาย นอกจากงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์แล้ว ด้านนอกบริเวณหน้าวิหารสร้างแบบยกพื้นสูงและมีปูนปั้นรูปช้างสามเศียรอยู่ด้านหน้า ประตูวิหารสร้างด้วยไม้สลักลวดลายเป็นดอกไม้ทาสีแดงดูโดดเด่นและงดงาม กรอบหน้าต่างยังถูกออกแบบให้เป็นลายปูนปั้นจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ชมความงามของวิหารด้านอกแล้ว เข้าด้านในคุณจะพบแท่นประดิษฐานพระพุทธรูปที่มีอยู่ประมาณ 20 องค์ มาถึงกันแล้วก็อย่าลืมกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลกันด้วยนะคะ แต่โดยปกติโบสถ์จะปิดถ้าต้องการเข้าชมต้องแจ้งทางวัดล่วงหน้า และที่สำคัญปัจจุบันวัดธรรมโฆษกยังได้รับการจดทะเบียนให้เป็นโบราณสถานอีกด้วยค่ะ

ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ที่วัดโบสถ์

ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ที่วัดโบสถ์ วัดโบสถ์หรือ “วัดอุโบสถาราม” มีชื่อเดิมว่า “วัดมโนรมย์” เป็นวัดเก่าแก่มีอายุเกือบร้อยปี ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดอุทัยธานี ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสะแกกรัง บนเกาะเทโพ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่อยู่หน้าโบสถ์และในวิหาร เป็นภาพเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยบริเวณด้านหน้าจะเป็นภาพเรื่องราวพุทธประวัติ ตั้งแต่ทรงประสูติจนถึงปรินิพาน แต่ละภาพมีความงดงามและฝีมือในการวาดประณีต สำหรับภาพในวิหารจะเป็นภาพพระพุทธเจ้าทรงเสด็จโปรดเหล่าเทวดานางฟ้าบนสวรรค์ และภาพทรงปลงสังขาร สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือมณฑปแปดเหลี่ยม ที่เป็นอาคารสองชั้นมีบันไดวนด้านนอก รูปทรงตามแบบตะวันตกบวกรัตนโกสินทร์ตอนต้น จัดเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ยังสวยงามและน่าสนใจเป็นอย่างมาก การเดินทางมายังวัดโบสถ์คุณอาจจะเลือกเดินมาจากตลาดสดเทศบาลที่มีของให้เลือกซื้อหลากหลายทั้งของกินของใช้และของที่ระลึก โดยเฉพาะสินค้าพื้นเมืองที่น่าสนใจหลายอย่าง จากตลาดเราสามารถเดินขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำสะแกกรังมายังวัดกันได้เลย หรือใครอยากล่องเรือชมธรรมชาติของแม่น้ำสะแกกรังและวัดโบสถ์ไปพร้อมๆ กัน ก็จะได้อีกบรรยากาศ ที่สำคัญแม่น้ำสายนี้ยังเป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวอุทัยธานีมาตั้งแต่โบราณ วิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ยังคงเป็นแบบดั้งเดิม เรียบง่าย สงบ และไม่ต้องเร่งรีบเหมือนอย่างในเมืองหลวง ใครอยากสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติ ลองมาเที่ยวอุทัยธานีกันดูนะคะ แล้วคุณจะติดใจต้องหาเวลาพักผ่อนยาวๆ แวะมากันอีกอย่างแน่นอน

ชมความงามของหินงอกหินย้อยที่ถ้ำพุหวาย

ชมความงามของหินงอกหินย้อยที่ถ้ำพุหวาย ถ้ำพุหวายตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ลักษณะทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน เป็นถ้ำขนาดใหญ่กว้างขวาง มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามตามธรรมชาติ เมื่อต้องกับแสงไฟจะส่องเป็นประกายแวววับ มองในความมืดเหมือนดั่งอัญมณีกันเลยทีเดียวค่ะ ที่สำคัญหินงอกหินย้อยภายในถ้ำยังมีรูปทรงต่างๆ เช่น รูปเจดีย์ อ่างน้ำ หินปะการัง หินรูปม่าน เป็นต้น ภายในถ้ำยังเป็นที่อาศัยของค้างคาวถึง 9 ชนิด สำหรับการเดินทางมายังถ้ำพุหวายนั้น ถ้าคุณเดินทางมาถึงตัวเมืองจังหวัดอุทัยธานีให้มุ่งหน้ามาทางอำเภอบ้านไร่ จนถึงเทศบาลตำบลบ้านไร่จะมีสี่แยก มีปั้ม ปตท.อยู่ทางขวามือให้เลี้ยวซ้าย ขับตรงไปอีกสักพักจะพบแยกให้เลี้ยวขวาแล้วขับตรงไปจะพบวัดถ้ำเขาวง ไหนก็ผ่านแล้วอย่าลืมแวะเข้าไปเที่ยวชมและกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดกันก่อนนะคะ ต่อจากวัดถ้ำเขาวงให้ขับไปเรื่อยๆ จนสุดถนนคุณก็จะมาถึงถ้ำพุหวาย ก่อนขึ้นไปเข้าชมเราต้องไปแวะที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกันเสียก่อน เพื่อเช่าไฟฉายนั่นเองค่ะ จากนั้นก็ถึงเวลาเดินเท้าไปยังปากถ้ำกันแล้ว อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือ ภายในถ้ำจะไม่มีการใช้ไฟฟ้าเพื่อให้ความสว่างและแสงจากดวงอาทิตย์ก็ไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปได้ เพราะแสงต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลทำให้ภายในถ้ำไม่เกิดหินงอกหินย้อยขึ้นอีก ดังนั้นจึงมีเพียงแสงจากไฟฉายเท่านั้นที่ช่วยให้เราได้ชมความงดงามของถ้ำพุหวาย

ศึกษาธรรมชาติที่สวนผีเสื้อและโลกแมลง ภูเก็ต

ศึกษาธรรมชาติที่สวนผีเสื้อและโลกแมลง ภูเก็ต สวนผีเสื้อและโลกแมลงตั้งอยู่ที่ 71/6 หมู่ 5 ซอยพะเนียง ถนนเยาวราช ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมผีเสื้อและแมลงหลากหลายสายพันธุ์ รับรองได้เลยว่าถ้าเข้าไปชมคุณจะรู้สึกทึ่งในความงดงามของผีเสื้อรวมไปถึงอาจจะรู้สึกหลงรักเจ้าแมลงตัวน้อยที่มีให้ชมกันอีกด้วย ภายสวนจะถูกบ่งออกเป็นโซนๆ โดยในโซนแรกจะเป็นแมลงต่างๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับแมลงแต่ละชนิดตั้งแต่เริ่มกำเนิดและวิวัฒนาการจนเป็นแมลงที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ส่วนในโซนของผีเสื้อคุณจะได้พบวิวัฒนาการของผีเสื้อแต่ละสายพันธุ์ รวมไปถึงชนิดของผีเสื้อ การแบ่งวงศ์และถิ่นที่อยู่อาศัย ไม่ใช่เพียงเท่านั้นนะคะที่นี่คุณจะได้พบผีเสื้อนับร้อยบินวนเวียนอยู่รอบตัวแบบใกล้ชิดกันเลยทีเดียว แต่ระวังกันนิดหนึ่งเพราะผีเสื้อเหล่านี้จะค่อนข้างปลอบบางถ้าถูกสัมผัสแรงๆ อาจจะทำให้ปลีกหลุดหรือผีเสื้อเกิดบาดเจ็บได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโซนที่มีแมลงน่าสนใจอยู่หลายชนิด เช่น แมลงสาบยักษ์มาดากัสการ์ ตั๊กแตนกิ่งไม้ จิ้งหรีด แมงป่อง ตะขาบ และกิ้งกือยักษ์ เป็นต้น บนพื้นที่กว่า 1,350 ตารางเมตรกันเลยทีเดียว อีกโซนที่หน้าสนใจไม่แพ้กันนั่นก็คือโซนผึ้ง และพิพิธภัณฑ์หม่อนไหม และปิดท้ายด้วยการแวะช้อปปิ้งที่โซนร้านค้าและร้านอาหาร ที่นี่จะมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมไปถึงของที่ระลึกเกี่ยวกับแมลงให้เราสามารถเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากของขวัญกันได้ มาที่นี่รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับเหล่าแมลงนานาชนิดและได้ความรู้เกี่ยวกับแมลงไปอีกเยอะกันเลยค่ะ

สัมผัสวิถีชีวิตชาวแพแบบดั้งเดิม ที่แม่น้ำสะแกกรัง

สัมผัสวิถีชีวิตชาวแพแบบดั้งเดิม ที่แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำสะแกกรังเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านจังหวัดอุทัยธานี บริเวณริมแม่น้ำเป็นที่อาศัยของชาวแพ โดยการสร้างบ้านค่อมบนแพลูกบวบ และปลูกผักลอยน้ำไว้เพื่อการดำรงชีพ เป็นวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งในปัจจุบันค่อนข้างหาชมได้ยาก และหลายคนอาจรู้สึกอิจฉาเพราะได้อยู่แบบแนบชิดกับธรรมชาติสัมผัสอาการบริสุทธิ์ ที่สำคัญวิถีชีวิตของชาวแพยังเป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่เร่งรีบหรือต้องแข่งขันกับเวลาเหมือนในเมืองหลวง สำหรับบ้านเรือนแพของที่นี่จะมีทะเบียนบ้านรับรองและมีสิทธิ์พักอาศัยถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งแต่ก่อนจะมีบ้านเรือนแพอยู่ประมาณ 300 หลัง แต่ในปัจจุบันลดจำนวนลงเหลือประมาณ 200 หลัง นอกจากนี้ปัจจุบันก็ไม่อนุญาตให้ปลูกแพเพิ่มขึ้นใหม่ เพื่อคงความเป็นธรรมชาติของสายน้ำเอาไว้ สำหรับอาชีพของชาวแพส่วนใหญ่จะเป็นการประมงน้ำจืด เลี้ยงปลาในกระชัง และปลูกผักที่สามารถปลูกในน้ำได้ ถ้าคุณได้เดินทางมาที่นี่แนะนำให้ล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวแพในช่วงเช้าอากาศจะดีมาก และยังได้ชมธรรมชาติของเรือกสวนไร่นาที่มีอยู่ตลอดแนวสองฝั่งคลอง สำหรับสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจอีกอย่างริมแม่น้ำสะแกกรังก็คือวัดโบสถ์ ที่มีอายุกว่า 100 ปี จัดเป็นสถานที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง ใครมีโปรแกรมเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี ก็อย่าลืมนึกถึงบริเวณลุ่มแม่น้ำสะแกกรังกันด้วยนะคะ นอกจากได้ชมธรรมชาติของสายน้ำแล้ว ยังได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวไทยในชนบทและชาวแพที่นับวันจะหาชมได้ยากกันอีกด้วยค่ะ

เที่ยวภูเก็ต ทริกอาย มิวเซียม พิพิธภัณฑ์ 3 มิติ

เที่ยวภูเก็ต ทริกอาย มิวเซียม พิพิธภัณฑ์ 3 มิติ ทริกอาย มิวเซียม เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงศิลปะจิตกรรมแบบ 3 มิติ แห่งแรกของจังหวัดภูเก็ตที่มีภาพสวยๆ สุดอลังการไว้ให้เราสามารถเข้าไปชมและถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันได้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 130/1 ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ภายในมีการจัดแสดงจิตกรรมภาพ 3 มิติ ที่เป็นผลงานของศิลปินจากประเทศเกาหลีกว่า 20 คน ที่บินลัดฟ้ามาเพื่อสร้างผลงานภาพศิลปะแบบ 3 มิติ กันโดยเฉพาะที่สำคัญยังมีภาพมากกว่า 100 ภาพ ที่บรรจงวาดลงในผนังตึก ที่ใช้เวลากว่า 2 เดือน เราจึงได้เห็นภาพสวยๆ กันค่ะ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีการแสดงภาพไว้ด้วยกัน 2 ชั้น แต่ละภาพจะเป็นรูปแบบการผจญภัยในสถานที่ต่างๆ เช่น สะพานข้ามลำธารน้ำตกที่มีน้ำไหลอย่างเชี่ยวกราด, ไต่หน้าผาสูง, กระโดดร่ม และเล่นเลื่อนหิมะสุดหวาดเสี้ยว เป็นต้น แต่นอกจากภาพแนวผจญภัยก็ยังมีภาพมุมสวยๆ กันด้วยนะคะ อย่างเช่น ภาพเก้าอี้นั่งจิบกาแฟ หรือภาพนกแก้วบินรอบตัว มางานนี้รับรองได้ว่าคุณจะได้ภาพสวยๆ หลากหลายมุมแบบจุใจกันไปเลย ถ้าได้เดินทางมาท่องเที่ยวภูเก็ตและมีเวลาหลายวันลองแวะมาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ […]

แหลมพรหมเทพ สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของภูเก็ต

แหลมพรหมเทพ สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของภูเก็ต ถ้ามาเที่ยวภูเก็ตแล้วไม่ได้แวะชมธรรมชาติสวยๆ ที่แหลมพรหมเทพกันแล้วล่ะก็จะเหมือนคุณยังมาไม่ถึงภูเก็ตกันเลยค่ะ ที่สำคัญแหลมพรหมเทพยังเป็นสถานที่ดูพระอาทิตย์ตกดินที่สวยและโรแมนติกเป็นอย่างมากกันอีกด้วย แหลมพรหมเทพจะอยู่ทางใต้ของเกาะภูเก็ตและอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 19 กิโลเมตร ลักษณะของแหลมจะทอดตัวเป็นแนวโค้งลงสู่ท้องทะเลบริเวณโดยรอบจะมีต้นตาลขึ้นอยู่เรียงราย ถ้าเราเคยเห็นภาพถ่ายก่อนจะเจอสถานที่จริงก็จะเห็นต้นตาลภายในภาพเหมือนเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของแหลมแห่งนี้กันไปเลย แหลมพรหมเทพในแต่ละช่วงฤดูจะมีความสวยงามแตกต่างกันอย่างเช่นในช่วงฤดูร้อนทุ่งหญ้าโดยรอบจะเป็นสีทองดูสวยงามตระกาลตากันไปได้เลย ส่วนในช่วงฤดูฝนต้นหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวขจีมองดูสบายตา ไม่ใช่เพียงเท่านั้นบริเวณนี้ยังมีหินน้อยใหญ่วางตัวกันเรียงรายในท้องทะเลเวลาที่คลื่นซัดมากระทบฝั่งจะเกิดเป็นฟองสีขาว เป็นความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ให้เราได้ชม ใครเหนื่อยๆ หรือเครียดมาจากการทำงานถ้ามาท่องเที่ยวที่นี่และได้ชมธรรมชาติสวยๆ รับรองได้เลยว่าคุณจะรู้สึกผ่อนคลายในทันทีลืมความเหนื่อยล้าเหมือนมาทิ้งหลงทะเลกันเลยค่ะ นอกจากนี้บริเวณแหลมพรหมเทพยังเป็นที่ตั้งของประภาคารกาญจนาภิเษก ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติทรงครองราชย์ 50 ปี ประภาคารแห่งนี้ยังใช้เป็นเครื่องหมายในการเดินเรือ เพราะภูเก็ตจัดเป็นศูนย์กลางของเส้นทางในการคมนาคมทางทะเลที่สำคัญของอันดามันกันอีกด้วย